มาสาดสะดีๆ

posted on 15 Apr 2010 14:30 by tene-xeten  in Diary-ARi

ไม่พูดพร่ามทำเพลงมาก 

 

"สาด"

 

มาเลยค่ะ  <<< หน้าตากระหายน้ำ 

 

 ::แถม::

 

*ขอเอารูปออกนะคะ เพราะบล็อกแหกค่ะ = =''' *

 

 

อัพเลวจริงตู!!

 

ไปหละนะคะ

 

"สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ"

 

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะคะว่า "ไม่ได้อยู่ฝ่ายไหนโว้ย!!" ............นั้นหละ  (ตูสาววาย ยินดีใส่เสื้อม่วงนะเออ...) 

แผ่นดินไทย เก่าก่อนเคยรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว ผ่านหลายยุคหลายสมัย ผ่านเรื่องราวต่างๆ มีทุกข์เศร้า และสุขปะปนกันไป

 

อยากจะถามคำถามหนึ่งนะคะ "คุณคิดว่าการกระทำของ เสื้อเหลืง และ เสื้อแดง คล้ายคลึงกันหรือเปล่า" คำถามลองใจค่ะ ว่าคุณน่ะ ทางสายกลาง หรือเอียงลำ ที่ใช้คำว่าคล้าย เพราะว่า "ไม่เหมือนสะทีเดียว" ไม่เหมือนยังไง ก็ไม่อยากอธิบายค่ะ ห้าห้า พูดไปก็ปวดตับลามไปถึงลำไส้ตรง(?) 

ตอนนี้ทุกท่านคงจะเห็นเสื้อแดง หรือ กลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า น.ป.ช กำลังชุมนุมกันใช่มั๊ยค่ะ และเมื่อวานซึ่่งกลุ่มคนเหล่านั้นได้ทำการ "เทเลือดสาปแช่ง"

- ถึงเอจะไม่สนใจเรื่องแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรก็ทำไม่ขัดค้่านอยู่แล้วเพราะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่การกระทำแบบนี้ บอกตรงๆ เลยหละค่ะ ว่าไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยยังไง หวังว่าทุกท่านคงทราบแก่ใจอยู่แล้วนะคะ อันด้วยคำว่า "เลือด" หากมันอยู่ในร่างกาย หรืออยู่ในถุงบริจาค ก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก หากมันมากองอยู่บนพื้นดิน หรือติดตรงไหนก็แล้วแต่ ......คุณก็รู้ เพราะ เลือด จะนำพามาซึ่งโรคระบาด หรืออะไรก็ตามแต่...........นั้นหละ

แดงทำ แล้วคุณคิดหรือว่าเหลืองจะไม่เคยทำ.....หากคิดอย่างนั้น ก็ถือว่าคิดผิดแล้วหละค่ะ = =

ก็บอกแล้วไงค่ะ.............ว่าทั้งสองฝ่าย น่ะ.....คล้ายคลึงกัน

"พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ทางกลุ่มพันธมิตรได้นำผ้าอนามัยไปวางบริเวณฐานพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 โดยอ้างเพื่อแก้ไสยศาสตร์ของฝ่ายตรงข้าม"

ทำไปได้ไงค่ะ.....คิดอะไรตลกๆ .....นั้นน่ะ รัชกาลที่ห้า เชียวนะคะ.....ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านหายไปในพริบตา 

.............นั้นหละ อย่างที่พูด คล้ายคลึงกันไงค่ะ

"เวลาฝ่ายเหลืองทำ ฝ่ายแดงจะโกรธ" เพราะฉะนั้น "ยามเมื่อฝ่ายแดงทำ ฝ่ายเหลืองก็โกรธ"

จะพูดไงดีนะ..........................เขาเรียกว่า

ก็เหมือนกับเราคิดจะทำ พอเราทำสิ่งที่เพื่อนไม่ชอบ เพื่อนโกรธเรา แต่เราก็เถียง อ้าง ต่างๆนานๆ ว่ามันถูก แต่พอถึงทีเพื่อนทำบ้าง เรากลับโกรธและโมโหใส่.........................หรือคุณว่าไม่จริง

ก็แค่ สันดาร มนุษย์นะคะ น่ารังเกรียจไหมเล่า หึหึหึ

 

----------------------------------[วันที่ 11/04/53]------------------------------------

 

มีคนมากมายถาม "หากท่านนายก(ประชาธิปปัตย์) ต้องพ่ายแพ้นั้น จะเกิดอะไร?"

(เพราะดิฉันบ้านอยู่เมืองใต้ แต่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพราะถือในหลวงเป็นใหญ่)  

เขาไม่ได้ถามเอสะทีเดียว แต่เป็นหัวข้อสนทนายอดฮิตกันมากในขณะนี้ แต่ที่เอไม่เข้าใจคือทำไมทุกคนต้องมีอาการ "ของขึ้น" ใส่เอด้วย เพราะแค่เอไม่ได้เป็นพวกเสื้อเหลือง และไม่ได้เป็นพวกเสื้อแดงน่ะเหรอ แค่ไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับการวิพากษ์วิจารณ์นะเหรอค่ะ

ตอนนี้พวกคุณๆ ทำตัวว่า รัก"มัน" มาก ยิ่งกว่าประเทศไทยเสียอีกนะคะ ไม่ค่อยอยากจะพูดถึงตัวการของทั้งสองฝ่าย =*= (แหม่ สุดยอดจริงหว่ะ ทำให้คนรักกับเกลียดได้ขนาดนี้ ชาติที่แล้วทำบุญ(?)ด้วยอะไรค่ะท่านทั้งสอง = =''')

ก็รู้อยู่ ว่า "ใครผิด"

ก็รู้อยู่ แก่ใจ "ว่า เส้น มันใหญ่"

ก็รู้อยู่ ว่า "โกง"

ก็รู้อยู่ แก่ใจ "ว่ามันโกงทุกรัฐบาลหละ(โว้ย)ค่ะ" - ใครมาบอกว่ามีรัฐบาลไหนไม่โกงแสดงว่าหลงหน้ามืดตามัวแน่นอน แบบไม่ต้องมีสุดยอดลางสังหรณ์แบบวองโกเล่ (ยังโอตาคุได้อีก...)

ก็รู้ทั้งรู้ "ว่าฝ่ายหนึ่งอยู่มานาน รากเหง้า มันเยอะ!!"

"แล้วยังไปต้านอำนาจเขา แถมไม่จ่ายภาส์ษีส์อีก" < ขอออกเสียงกระแดะ หน่อยเหอะ.... 

ไอ่บรรทัดบน รู้ว่ากฏหมายมันเขียนไว้ ว่าละเว้นได้ แต่เจ้าตัวคงลืม ว่าเป็นส์ นายกส์!!...แล้วดั้นกลัว(..) ไปให้ญาติโก โหติกา โกงกินอีก ก็เอวังสิท่าน(ไม่น่าเลยนะท่านนะ = = เพราะคนอื่นแต้ๆ แต่คำพูดท่านก็มีส่วนทำให้ร่วงจากบัลลังก์ = =' )

"ส่วนอีกฝ่าย กินมานาน พอมีคนอืื่นมากินบ้าง ถึงกับหวงก้างเลยทีเดียว..." 

ไอ่อีกฝ่ายก็หลงลืมกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า "รากหญ้า" หรือ "กระดูกสันหลังของประเทศ" ไป๊สะได๊ย๋ <ออกเสียงเพื่อความสุขส่วนตัวค่ะ...  และด้วยความที่อยู่มานาน นายก(ประชาธิปปัตย์) คนอืนก่อนหน้าท่าน ดั๊นไปโกงเล็กๆ น้อยๆ สะนี้(บางอันก็ไม่น้อยอ่ะุ.....แต่โกงแบบผู้ดี ว่างั้น..) เลยเจอกลุ่มพวกเสื้อแดงมาขุดคุ้ยไปประนาม(ไม่น่าอีกเช่นกันท่าน ไม่น่าจริงๆ... = =)

วันนี้อารมณ์ดี แต่ก็ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ ไม่น่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยค่ะ (หวังเล็กน้อย คงไม่เป็นเด็กวัยรุ่นที่กำลังเรียนเหมือนคราวเสื้อเหลืองนะ เสียดายวัยเยาว์..โฮกกกก สาวๆ!! (?))

ฝ่ายเสื้อเหลืองก็หยุดอารมณ์โกรธ ที่เขาทำกับนายกสุดที่รัก(ใช่ป่ะ..)เลยนะคะ เหมือนถ่มน้ำลายรดตัวเองค่ะ

ส่วนฝ่ายเสื้อแดงก็อย่าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่แบบนั้นสิค่ะ เขาเป็นแค่ผู้รับคำสั่งนะคะ ชุมนุมอย่างสันติเถอะ หรือไม่ก็กลับบ้านไปทำกิจการให้รุ่งเรืองเถอะนะ (สงสารชาวกรุง..= =''' สยามฉ๊านนนน ช่างเหอะ....) และก็ท่านไปว่าเสื้อเหลืองตอนเขาล้มนายกของท่าน ท่านก็จะทำแบบนั้นอีกนะหรือ....

อย่างนี้...ทั้งสองฝ่าย ก็ไม่มีฝ่ายไหน ดีกว่ากัน หรอกค่ะ....

------------------------------------------ 

อ่าๆๆๆ อย่าเครียดๆ มาอยู่กลุ่มพวก "เสื้อแพง" กันดีกว่า ห้าห้าห้า///หลบบาทา 

ดูแก้เครียดค่ะ นะ สถานการณ์แบบนี้ หัวเราะกันหน่อยนะคะ ต้อนรับปีใหม่ไทยค่ะ ^^~  

ปล.ไปเอามาจากดาว(บอร์ด KH อีกทีนะคะ =w=~ )

edit @ 11 Apr 2010 02:11:24 by ten[A]ri

ความจริงที่ปวดใจ&Fic-KHR ??27

posted on 31 Jan 2010 22:11 by tene-xeten  in Fan-Fic

 ก่อนอ่านกรุณาอ่านคำเตือนก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมีปัญหา(ประสบเห็นเพื่อนๆ ร่วมบ้านเจอมาเยอะค่ะ)

 เอนทรี่นี้ เป็นเอนทรี่ระบายค่ะ

- ยินดีรับคำแนะนำทุกอย่างค่ะ หากท่างเล็งเห็นถึงปัญหา แห่งฐิติของข้่าน้อย (ฮา)

ปล.อาจจะมีคำผิดบ้าง กรุณาชี้แนะด้วยนะคะ 

.
.
.
.
.
นะ...ทั้งๆที่รู้ตัวแล้ว แต่เหมือนกับรู้ตัวไม่หมด เหมือนกับคำแม่สอนว่า "คนเราย่อมไม่เห็นท้ายทอยตนเอง"

....เริ่มหละนะ

 

เอเป็นคนที่เฉยๆ แต่ก็ยิ้มได้หัวเราะเป็นค่ะ(ฮา) แต่ปัญหาคือเวลาทำงาน งานเอมักไม่เดิน ไม่ใช่เพราะขี้เกรียจ(อาจารย์ท่านเห็นเป็นอย่างนั้น เลยสรุป)  แต่เอไม่มี "แรงบรรดาลใจ" เหมือนคนอื่นเขา ซึ่งมันฟังดูแปลกๆ ก็คือสิ่งทีึ่ทุกคนชอบนั้นหละค่ะ คือแรงบรรดาลใจ หรือหากบางคนไม่มีแรงบรรดาลใจ แต่ก็จะมีบุคคลที่ชอบเป็นไอดอลในใจกันใช่มั๊ยหละค่ะ แต่ก็เหมือนเดิมหละค่ะ

 

 "เอน่ะไม่มี และไม่มีมานาน เหมือนค้นห้องทั้งใจก็ไม่มีใครยืนอยู่เลย"

 

-ที่วาดรูปเพราะไม่ได้ชอบ ไม่ได้ติดการ์ตูน ไม่มีใครเป็นแบบอย่าง แต่วาดไป "งั้นๆ" แค่ได้วาดส่งงาน แต่สุดท้ายแล้วก็รู้สึกสนุกที่ได้วาด จากนั้นมา ก็ไม่ค่อยได้วาดแฟนอารท์เลย เอมักวาดแต่รูป "ตัวเอง" ไม่ได้หลงตัวเองหรอกน่ะ แต่เวลาจะวาดรูปของคนอื่นทีไร วาดไม่คล่องทุกที แม้กระทั้งออริตัวเองเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยได้วาด(เหอะๆ)

-ร้องเพลงไปก็ไม่มีเพลงที่ชอบที่สุด

-ทำทุกอย่างไปแค่เห็นว่า "เป็นเรื่องที่ีมนุษย์สมควรทำ"

 

มีอีกเยอะ แต่บางคนที่อ่าน เริ่มจะมีสภาวะรังเกรียจ เอแล้วสินะ เออยากจะ "กลัวคนอื่นเกลียด" แต่ทำไมไม่มีความรู้สึกนี้หละ.....ทำไมกัน แต่ก็จะพยายามสุภาพกับทุกคนให้มากที่สุด เพราะทุกคนก็อยู่ในฐานะ "คน คนหนึ่ง"

 เออาจจะมีแนวคิดที่ว่า "สมควร กับ ไม่สมควร" มันเป็นความคิดที่ว่างเปล่ามาก

เอเป็นคนที่ชอบมีคำว่า "ช่างมันเถอะ" ก้องอยู่ในหัวตลอดเวลาที่ทำอะไรแล้ว มันผิด.... ไม่ดีเลย รู้ว่าไม่ดี แต่สุดท้าย ความเคยชิน ก็กลับกลายเป็นแบบเดิม 

เอชอบเมินต่อสิ่งเก่า และดูเหมือนจะหลงไปในสิ่งใหม่ .....หากใครรู้จักเอมานาน จะรู้ว่า ten a ri คนนี้ชอบเส็ตโชมารู ตัวละครในเรื่องอินุยาฉะมาก

แต่ตอนนี้ความรู้สึกที่แบบว่า มองรู้แล้ว "อ๊าย...กรี๊ด..." มันหายไปไหน....กันหมดหละ T-T

 

นิสัยแย่สินะ...สินะ...สินะ

 

-------------------------------------------------[29/04/2553]---------------------------------------------------

เอนทรี่ข้างบนเป็นเอนทรี่เก่าค่ะ =w='''

วันนี้ยังคงอารมณ์ดีเหมือนเดิม...อิอิ  และแอบมาแปะฟิคที่แต่งค้างไว้ที่ Cp 4 ด้วยหละค่ะ >.<~!

คำเตือน 
1.อาจมีคำผิด และใช้คำไม่เหมาะสมในความคิดของท่านก็แล้วแต่พิจารณาค่ะ
2.ไม่ได้ตรงกับเนื้อเรื่องหลักหรอกนะค่ะ แค่ยื้มบางฉากเท่านั้น - -“
3.อาจจะดึงนิสัยของตัวละครออกมาไม่ดี ยังไงก็ขออภัย


Fic KHR : My promise (กดดูได้ที่ Fan-Fic ค่ะ ^^'')

Rating : G

รหัส : เชิญจิ้นในเนื้อเรื่องค่ะ
 ///ผั๊วะ~!!!

CP4 ครึ่งหลัง : ดอกไม้สีขาว 

 

 ---เปรี๊ยะ~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! (X4)---

 

คิ้วเข้มของผู้พิทักษ์ทั้งสี่คนขมวดเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้ก็จะทำไงได้หละ.....ดูไม่ออกเลยว่าโคลมหญิงสาวเพียงคนเดียวในหมู่ผู้พิทักษ์ทุกคนจะกล้าเข้าไปกอดแถมยังซบแผ่นหลังของคนเป็นบอสผู้แสนใจดี......ทั้งๆที่ปกติไม่เคยเห็นอากัปกิริยาแบบนี้จะมีก็แต่เขินอายไม่ค่อยพูดจา

 

วันวันเธอก็เอาแต่พูดว่าคิดถึงและพูดคำซึ้งๆ ฉันไม่เข้าใจ~

 

เสียงเพลงคุ้นๆแว่วมาในโสตประสาทก่อนจะตั้งสติแล้วหันกลับไปแกะมือหญิงสาวออกอย่างอ่อนโยนครั้งแรกโคลมเองก็ไม่เข้าใจก่อนจะหน้าแดงขึ้นเมื่อมืออุ่นยื้นมาแตะเบาๆที่แก้มเนียนใสก่อนจะเช็ดคราบน้ำตาออกให้เบาๆ สายตากลมโตสบมองแววตาอบอุ่นที่มาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนเสมอ

 

บอส....

 

อย่าร้องนะคนดีพูดพลางเอามือวางบนเรือนผมสีดำประกายม่วง ก่อนจะลูบเบาๆ เพื่อปลอบประโลมให้คนตัวเล็กหายเศร้าหมอง

 

มันเป็นความจริงในใจที่อยากจะให้ร่างบางตรงหน้ากระทำแบบนั้นกับเขาบ้าง.....ฮิบาริเคียวยะ ผู้ซึ่งเดินลงมาตามหลังเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงเมื่อครู่....ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมเมื่อเห็นเจ้าสัตว์กินพืชที่บางทีก็กลายเป็นสัตว์กินเนื้อทำอากัปกิริยาแบบนั้นเขา.....รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกในอก

 

ช่างประไร

...เดี๋ยวก็ชินชาไปเอง....เหมือนทุกๆครั้ง.....

 

ผมขอตัวก่อนหละครับคำพูดสุภาพที่มักแฝงด้วยอารมณ์ประชดประชันอยู่เสมอแต่ครั้งนี้กลับฟังดูไร้อารมณ์ใดมาเจือปนเจ้าของเรือนผมสีไพลินแปลกตาหันหลังให้ก่อนจะเดินออกไป

 

มันเป็นแบบนี้..ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ

โคลมที่น่ารักของผมจะได้มีความสุขเสียที

 

.....แต่ทำไมกลับเป็นเขาเองที่รู้สึกเหมือนเสียอะไรบางอย่างไป....

ทีหละน้อย

 

อ่า....เอ่อ โกคุเทระคุงเราไปจัดการกับเอกสารที่ค้างดีกว่านะ สายฝนเอ่ยอย่างอารมณ์ดีแต่ก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ก่อนจะหันไปคว้าคอวายุเพื่อนสนิทครั้งยังเยาว์แถมตอนนี้ก็แอบมีความรู้สึกพิเศษด้วย ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น แต่ทำไมถึงรู้สึกใจหายยามเมื่อมองไปที่นายกับผู้หญิงคนนั้นกันนะ....สึนะ

 

อืมวายุตอนนี่ที่เงียบสงบไม่เหมือนเคย ตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินนำออกไป

 

งั้นพวกเราไปก่อนนะสึนะพูดก่อนจะยิ้มให้เพื่อนสนิทที่ตอนนี่ทำหน้าที่ปลอบให้สาวน้อยน่ารักตรงหน้าหยุดร้อง

 

อืมหันมาพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วกลับไปสนใจคนตรงหน้าอีกครั้งสายฝนเมื่อเห็นดังนั้นก็เข้าใจ

 

แววตานายเหมือนจะบอกว่า

.

ฉันอยู่หรือไม่อยู่...ก็ไม่ต่างกัน

 

ฮะฮะ ทำไมถึงน้อยใจหละเนี่ยไม่สมเป็นเราเลย พูดกับตัวเองก่อนจะยอมรับว่าเป็นความจริงในใจ

 

เฮ้ย เร็วๆเซ่!”เสียงจากโกคุเทระ มือขวาของวองโกเล่เร่ง ทำให้ร่างสูงหันกลับไปมองร่างบางอีกครั้งก่อนจะเดินไปหาวายุผู้รรีบเร่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

โคลมหลังจากส่งผู้พิทักษ์ด้วยสายตาแล้ว ก็หันมามองสาวน้อยตรงหน้าอีกครั้ง

 

ค่ะ บอสพูดน้อยยังไงก็ยังคงพูดน้อยอย่างนั้น ใบหน้ามีอาการสงสัยเมื่อเห็นคนตรงหน้ายิ้ม

 

แอบไปหาอะไรทานกันดีไหมเธอไม่ค่อยได้ออกจากฐานทัพนิเอ่ยชวนอย่างอารมณ์ดีก่อนจะจับที่มือบางแล้วออกแรงดึงเบาเบา ให้ร่างนั้นเดินตาม

 

......ซาวาดะ สึนะโยชิน้ำเสียงรอดไรฟัน ใบหน้านิ่งเรียบ ฮิบาริ เคียวยะ เอ่ยออกมาเบาๆ ตามร่างนั้นที่เดินออกไปจากห้อง

 

นายกล้าเมินฉันคนนี้เชียวรึ....

 

นี่เรา....เป็นอะไรไปพูดกับตัวเอง ก่อนจะเอามือกุมหน้าผาก

 

ฮิบาริ ฮิบาริ

 

อ่าว...... เธอเองเหรอเอื้อมมือออกไปรับเจ้านกน้อยตัวป้อมที่เขาเลี้ยงไว้ตั้งแต่อยู่นามิโมริเจ้านกน้อยมองหน้าเจ้านาย ก่อนจะขยับปีกบินไปลงจอดที่กลุ่มผมสีนิล

 

ฮิบาริ เหงา เหงา

 

หืม........อาจจะเป็นอย่างที่เธอว่าก็ได้นะเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเดินหายไปทางที่พักส่วนตัวของผู้พิทักษ์เมฆา

 

บรรยากาศเงียบเหงาแปลกๆแต่บอสใหญ่กลับร่าเริง เพลินให้ฝั่งนอร์มอลหัวใจชุ่มชื้นหรือฟิคนี้อาจจะลงผิดที่?................ไม่มั่ง

 

เห็นๆกันอยู่

ว่าวายเต็มพิกัด....

 

 

.
.
.
.
.

 

 หืม..........ใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มตลอดเวลาหายไปกลับถูกแทนที่ด้วยสีหน้าแสดงอาการประหลาดใจแทน....

หายไปไหน....พูดเบาๆแต่ก็ทำให้คนที่มาด้วยได้ยินเต็มสองรูหู

อะไรครับโชอิจิที่เดินตามมาข้างหลังพร้อมดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่เวอร์เอ่ยถามก่อนจะหยุดอยู่ด้านหลัง.....นี่ชวนมาเป็นเพื่อนหรือให้มาเป็นขี้ข้ากันแน่ครับ.....เขาบอกอย่าใช้แรงงานคนใส่แว่นนะเออ....

 

บอสใหญ่เมฟิโอเล่ไม่ใส่ใจคำถามของผู้ช่วยเขาเท่าไหร่นักตอนนี้มีแต่คำถามเวียนไปมาในรอยหยักสมองของคนผมขาวเต็มไปหมดว่าร่างบางที่เขาแสนโหยหาหายไปที่ใดกัน

 

หรือจะมีพวกโจรขโมยศพมาเอาไป......

 

ดวงตาสีอเมทิส์หรี่ลงพลางใช้ความคิดโจรมาขโมยไป...แสดงว่าต้องเอาไปขาย แหล่งขายหละ...ก็เหล่ามหาวิทยาลัยการแพทย์หรือไม่ก็พวกนักสะสมของแปลกที่โรคจิต...

 

เอ่อ...พยายามห้ามปรามเจ้านายไม่ให้คิดโอเวอร์ไปมากกว่านี้แต่ก็ไร้ผลโชจังถอนหายใจก่อนนะหันไปวางดอกไม้ข้างโลงศพวองโกเล่ที่บัดนี้มันเปิดอ้าอยู่และนั่งลงข้างๆโลงเปล่าสีดำนั้น

 

เจ้าของนามกล้วยไม้ขาวไม่สนใจคำเตือนของลูกน้องคนสนิทเลยไม่ตอนนี้ในหัวสมองมีภาพจิตนาการที่น่ากลัวผสมติดเรทปนเปไปมาอย่างน่าหวาดเสียวหากพวกแพทย์ได้ศพสึนะโยชิไป .........ถอดเสื้อ...ถอดกางเกงสุดท้ายร่างอันเปลือยเปล่าก็สะกดสายตานักศึกษาแพทย์ทุกคนมือที่สวมถุงยางจับลูบคลำไปมานั้น...แล้ว..หากพวกโรคจิตได้ไป....หากมันทำอะไรมิดีมิร้ายกับร่างอันไร้วิญญาณที่บอบบางนั้น!!

 

ยิ่งคิดคิ้วยิ่งกระตุกแม้จะมีรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ประดับอยู่บนใบหน้า....ช่วยบอกทีสิว่าสิ่งที่คิดนั้นไม่ใช่ความต้องการจากจิตใต้สำนึกของตนเอง...

 

โชจัง...สั่งการหน่วยสังเกตการณ์ให้หน่อยนะว่าสองสามวันที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นกับที่ตั้งโลงศพของวองโกเล่รุ่นที่สิบสั่งการด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่เหมือนมีเปลวไฟที่มองไม่เห็นสะท้อนในแววตา....หากดับเครื่องชนได้คงบินตามหาสึนะแล้วสินะ..

 

ครับรับคำอย่างว่าง่ายคนอะไร...บางทีก็ดูเจ้าเล่ห์เหลือเชื่อ แต่บางทีก็ดูปัญญาอ่อนอย่างคาดไม่ถึง....

 

และบอกเพิ่มไปด้วยว่าข้อมูลต้องเรียบร้อยภายในสามวัน.....หึหึการจำกัดเวลาอย่างร้ายกาจแต่หากมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกด้วยระยะเวลาประมาณนี้อาจถือได้ว่าปกติ....แต่ติดที่คนสั่งการไม่ปกตินี่สิเอ่อ...

 

ครับ..ไม่มีอะไรที่จะต้องเถียงคนผมขาวด้วยสัญลักษณ์ของการสูงวัย(?)ทางสมองและสติปัญญาหรือไม่อีกนัยหนึ่ง...หากถามจุกจิกมีหวังดับ..

 

โชจังนี่น่ารักจังนะวันนี้เราไปทานอะไรกันดีหละ เอ่ยอย่างอารมณ์ดีถึงจะเจ้าเล่ห์บ้าบอในบางครั้ง แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นเจ้านายที่ดีหละกันนะห่วยใยลูกน้องขนาดนี้ ไม่เอาเป็นแบบอย่างก็คงไม่ได้(?)...คิดเข้าข้างตนเองเสร็จสัพอะไรจะหลงตัวเองได้ขนาดนั้น...แล้วที่ปล่อยให้ลูกน้องที่น่ารักขนของคนเดียวคือเจ้านายที่ดีสินะ...แถมใช้คนผิดตำแหน่งอีกต่างหาก

 

แล้วแต่ครับเสนอไปก็จบด้วยการเปลี่ยนเมนูทุกที จะถามทำไมให้เมื้อยปากหละนั้น...

 

งั้นข้าวเย็นวันนี้คือไอติมหละกันนะ

 

ข้าวเย็นหรืออาหารว่างการว่างงานกันแน่ครับ=[]=’!!  ทานไอติมแทนข้าวเย็นแม้ว่าผมก็รู้ว่าคุณชอบของหวานแต่ไม่น่าจะเกินไปแบบนี้!!!

 

คิ้วเข้มกระตุกแต่ก็เอ่ยตอบรับคำชวนของหนุ่มผมขาวไม่ได้ตัวเขาเองก็เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยหละนะ..มันน่าหงุดหงิดชะมัด

 

.
.
.
ถึงแล้วหละโคลม น้ำเสียงอบอุ่นดังข้างๆตัวจนทำให้เธอหลุดจากภวังค์....ก็เล่นกุมมือมาตลอดทางไม่ให้ใจลอยก็คงแปลก...ยิ่งตัวเองก็แอบมีใจให้คนข้างกายแม้เพียงเล็กน้อยก็เถอะ

ว้าว...

ตรงหน้าของเธอนั้นคือร้านคาเฟ่เล็กๆซึ่งตกแต่งอย่างน่ารักด้วยโทนสีอบอุ่นเหมือนท้องฟ้ายามเย็นแม้ว่าบอสของเธอนั้นจะเป็นผู้ชายแต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ช่างเหมาะกับบอสดีเหลือเกิน

 

ไป เราเข้าไปข้างในกันดีกว่าคิดอยู่แล้วว่าเธอคงชอบ หึหึ...ใบหน้ายามดีใจก็น่ารักดีเหมือนกันนะ

 

ค่ะตอบรับพลางหน้าแดงในขณะที่ทั้งคู่จะก้าวผ่านธรณีประตูไปภาพทั้งหมดกลับฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คม..

 

 

สึนะ.............

 

ฉับๆๆ~!!!!!!!!!!!!!!!!!

-___-;;;;

 ขอตัดจบหละค่ะ ค่อยพบกันใหม่ใน CP หน้านะคะ ^^" 

edit @ 29 Apr 2010 01:51:52 by ten[A]ri